วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2555


  สาธารณรัฐลัตเวีย


        ประเทศในภูมิภาคยุโรปเหนือที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักมากนัก  ผมชื่อแสตมป์  เป็นคนไทย
ตอนนี้ผมเป็นนักดนตรีเปิดหมวกริมถนน  ผมอยู่ประเทศนี้มาสี่ปีแล้ว พวกคุณคงสงสัยว่าทำไมผมถึงไม่ยอมกลับบ้านเกิด
ผม...’

“excuse me do you know thai people in Latvia”
อ่อผมเองครับ...แสตมป์ครับ” 
"สวัสดีครับผมณัฐ มาจากรายการทีวีที่ประเทศไทยอยากจะขอสัมภาษณ์คุณแสตมป์ครับ"
"ครับได้ครับ"
แสตมป์คุณอยู่ที่นี่มานานแค่ไหนแล้วครับ
ผมอยู่ที่นี่มาสี่ปีแล้วครับไม่ได้กลับเมืองไทยเลย
วันสุดท้ายที่คุณอยู่เมืองไทยจำได้ไหมครับ
“24 กรกฎาคม เมื่อสี่ปีที่แล้วนั้นคือวันสุดท้ายที่เมืองไทยของผม
คุณแสตมป์ครับวันแรกที่คุณมาถึงที่นี่คุณรู้สึกยังไงครับ
“...”



สี่ปีก่อน...

พี่แตมมาถ่ายรูปกันเร็วหนุ่มหน้าหวานเจ้าของเรือนผมสวยที่ใครๆต่างอิจฉากำลังร่าเริงที่ได้ได้ถ่ายรูปเมืองในฝันที่ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มาจริงๆ
ซินเอากล้องมาเดี๋ยวพี่ถ่ายให้ดีกว่า
ไม่เอาซินจะถ่ายคู่กับพี่แตมนะพี่แตมถ่ายเถอะเสียงอ้อนกับตากลมใสทำให้ผมใจอ่อน
เอางั้นก็ได้
แชะ แชะ
รูปนี่พี่แตมเก็บไว้ สว่นรูปนี้ซินจะเก็บไวซินยื่นรูปที่ผมกับซินถ่ายคู้กันมาให้ผมผมไม่ทันจะรับเจ้าตัวก็จัดแจงแย่งกระเป๋ตังผมไปใส่รูปเรียบร้อย
เก็บไว้ในนี้พี่เวลาพี่แตมคิดถึงซินก็เปิดดูรูปในกระเป๋าตังนะร่างบางพูดพลางยิ้มสวย ผมหลงสเน่ห์ยิ้มนั้นจริงๆ
พูดเหมือนซินจะหายไปจากพี่งั้นแหละ พี่ไม่ดูรูปในกระเป๋าหรอกพี่ดูหน้าซินจริงๆสวยกว่าในรูปเยอะ
บ้า...พี่แตมก็อย่าทำซินเขินสิ อนาคตข้างหน้าเราไม่รู้หรอกนะพี่แตมว่ามันจะเป็นยังไงหรอกนะเขาพูดแล้วมองผมแบบจริงจังผมไม่ชอบสายตาเขาเวลานั้นเลย
สายตาที่เหมือนมีอะไรซ่อนอยู่ อะไรที่ผมไม่อาจเขาถึงได้
‘…’
พี่แตมซินหิวแล้วเราไปหาอะไรกินกันเถอะร่างบางพูดพลางเดินนำหน้าผมเพื่อหาร้านอาหารที่ถูกใจ
ผมได้แต่มองก่อนที่จะเดินตามไป ผมหวังว่าอนาคตข้างหน้ามันคงจะไม่เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นระหว่างเราหรอกนะ...



ปัจจุบัน...


คุณแสตมป์ครับ...”
ครับ...ผมว่าผมพาพี่เที่ยวรอบกรุงริกาดีกว่า” 
เอางั้นก็ได้ครับ
ผมไม่รู้จะคอบคำถามนั้นว่ายังไงดีเพราะวันแรกที่มาที่นี่ผมมีความสุขมากแต่ตอนนี้ความทุกข์ใจมันมีมากกว่าทำไงได้ละ ฮา~
วันนี้ผมพากองถ่ายเที่ยวรอบกรุงริกา บรรยายความเป็นอยู่ประชากรส่วนใหญ่จะไม่ค่อยใช้รถส่วนตัวแต่จะใช้รถประจำทางหรือเดินเอามากกว่าเพราะด้วยขนาดประเทศที่เล็กและไปไหนมาไหนได้ง่ายหลังพาเดินจนทั่วแล้วผมพาไปทานอาหารเพื้นเมืองที่ร้านขึ้นชื่อของกรุงริกา  ร้านอาหารที่เก็บความทรงจำของผมกับซินไว้...
เออ แสตมป์ถึงมาอยู่ที่นี่อะระหว่างรออาหารณัฐก็ยิงคำถามใส่ผมอีก
ผม..เอ่ออาหารมาเสริฟแล้วครับ นี่ของขึ้นชื่อเลยนะครับผมพูดปัดขณะที่อาหารมาเสริฟพอดี มันเป็นคำถามที่ตอบไม่ยาก แต่มันยากที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูด
นี่ไม่คิดจะบอกกันจริงๆรึไงวะ เออเอาไว้ถามใหม่ก็ได้ กินเถอะพูดเสร็จหลังจากกินเสร็จผมก็แยกจากทีมงานกลับบ้าน ผมเดินผ่านที่ต่างๆที่ผมเคยมากับซินที่ในความทรงจำที่ผมลืมมันไม่ได้สัก สี่ปีที่ผ่านมาผมอยู่ที่นี่มาตลอดทุกๆวันผมต้องไปที่ที่ผมกับซินเคยไปด้วยกันผมก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องทำอย่างนั้นตอกย้ำความเจ็บปวดของตัวเองเพื่ออะไร


.............................................

"พี่แตมตื่นได้แล้ว"

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

Piantina :: ต้นกล้า ::

พรหมลิขิต กับ ความบังเอิญ
ระหว่างสองคำนี้คุณเชื่ออะไรมากกว่ากัน

เสี้ยววินาทีที่คุณเดินสวนทางกับผู้คนมากมาย
เสี้ยววินาทีที่มีคนเดินมาชนคุณและขอโทษ
เสี้ยววินาทีที่อาจไม่มีความหมายกับใครหลายคน
แต่มีความหมายมากมายเหลือเกิน..ที่ทำให้คนสองคน
ได้เริ่มรู้จักกัน ได้เดินทางชีวิตร่วมกัน และได้ร่วมสร้างชีวิตด้วยกัน


‘ตัวผมก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าพรหมลิขิตหรือความบังเอิญก็ไม่รู้นะครับ  เพราะหากแต่เขาคนนั้นไม่รีบเดินจนไม่ดูทางหรือผมหยุดเดิน เสี้ยววินาทีนั้นผมและเขาอาจไม่ได้รู้กันกันเลยก็เป็นได้’  -  Stamp

‘ถ้าเกิดวันนั้นรถไม่สียผมคงไม่ได้เจอกับเขา ไม่ว่าพรหมลิขิตหรือความบังเอิญที่ทำให้ผมได้เจอเขา ขอแค่ตอนนี้ผมมีเขาก็รู้สึกดีที่สุดแล้วครับ’ - Nut

แล้วคุณเชื่อไหมว่ามีคนสองคนยอมทิ้งความฝันของตัวเองเพื่อมาเริ่มต้นความฝันใหม่กับคนหนึ่งคน

ต้นกล้าแห่งความฝันที่คนสองคนปลูกมันด้วนกัน
ต้นกล้าจะเติบโตเป็นต้นไม้ได้ไหม


อนาคตจะบอกคุณ
ว่าเพราะพรหมลิขิต และ ความบังเอิญ
อะไรจะทำให้ต้นกล้าเติบโตเป็นต้นไม้ได้



Ps.ถ้าM5 จะลงตอนต่อไปนะคะ (: